กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดสงขลา

18 มีนาคม 2569

4

0

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.20 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ และ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ และที่ปรึกษาฯ ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีนายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงานกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นายธเนศ ดิษฐปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านควบคุมการก่อสร้าง) นายทัตเทพ เยาวพัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายฐิติกร ศรีนิติวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 นายรุทร์ อินนุพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา นายสมพล ชุมแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 นายอัตตพันธ์ ดิลกโศภณ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 4 สำนักบริหารโครงการ นางสาวจันทร์จิรา อักษรณรงค์ ผู้อำนวยการส่วนติดตามและประเมินผล กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 16 และสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


ในการนี้ กรมชลประทาน ได้บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำทั้งประเทศ ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล ความเสียหายของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานชลประทานที่ 16 และสถานการณ์อุทกภัยหาดใหญ่ รวมถึงแนวทางการบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ในระยะต่อไป จากนั้น จังหวัดสงขลา ยังได้รายงานการฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่อีกด้วย โอกาสนี้ องคมนตรี ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานโครงการฯ อีกด้วย


จากนั้นช่วงบ่าย องคมนตรี และคณะ เดินทางไปยังประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจุดบรรจบของคลอง ร.4 ลงคลอง ร.3 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขและบรรเทาอุกทกภัยอำเภอหาดใหญ่ สรุปความว่า ...การแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่
ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว... ...หลังจากที่ก่อสร้างคลองระบายน้ำเสร็จ ก็ควรพิจารณาสร้างคันกั้นน้ำรอบบริเวณพื้นที่
ดังกล่าว พร้อมกับติดตั้งระบบสูบน้ำออกจากพื้นที่ไม่ให้ท่วมขังตามความจำเป็น ทั้งนี้ ให้พิจารณาร่วมกับระบบของผังเมือง ให้มีความสอดคล้องและได้รับประโยชน์ร่วมกันด้วย... และเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อคลองระบายน้ำสายที่ 1 (ร.1) โครงการบรรเทาอุทกภัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า คลองภูมินาถดำริ ซึ่งมีความหมายว่า คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริขุดขึ้น


โดยในช่วงแรกเริ่ม ปี 2532 กรมชลประทาน ได้ขุดลอกคลองธรรมชาติ อาทิ คลองอู่ตะเภา คลองท่าช้าง-บางกล่ำ ความยาวรวม 46.90 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถระบายน้ำเร็วขึ้น ในปี 2544 ได้ดำเนินการขุคลองระบายน้ำเพิ่มเติม อีก 7 สาย พร้อมอาคารประกอบ ประกอบด้วย ขุดคลองระบายน้ำ ร.1 คลองระบายน้ำ ร.3 คลองระบายน้ำ ร.4 คลองระบายน้ำ ร.5 และคลองระบายน้ำ ร.6 และระหว่างปี 2554 - 2559 ได้ซ่อมแซมระบบโทรมาตรและการคาดการณ์/ระบบเตือนภัย พร้อมปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการขุดลอกคลองระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ จำนวน 14 สาย ตามแผนงานฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย


ต่อมาในปี 2558 - 2565 กรมชลประทานได้ดำเนินการโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) สืบเนื่องจากเหตุอุทกภัยในปี 2553 ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่เกินศักยภาพของคลองระบายน้ำที่มีอยู่ จึงดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเดิมสามารถระบายน้ำได้ 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้สามารถรองรับปริมาณน้ำดังกล่าวได้


จากสถานการณ์ฝนตกหนัก เขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงวันที่ 19 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วม
เป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 97,450 ไร่ มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 254,957 ราย 48,420 ครัวเรือน และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ปัจจุบันกรมชลประทาน


ได้พิจารณาแผนการดำเนินงานเพื่อบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาแล้ว คือ ระยะเร่งด่วน (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) ระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 - 2573) และระยะยาว (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2574 เป็นต้นไป) พร้อมได้ฟื้นฟูโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้ว โดยใช้แหล่งงบประมาณจากงบกลาง โครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทาน เนื่องจากเหตุการณ์อุกทกภัย ปี 2568 (กรมชลประทาน) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 (เพิ่มเติม) (กรมชลประทาน) และงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นล่าสุด

ข่าวโครงการพระราชดำริ

องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ข่าวโครงการพระราชดำริ

องคมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานการนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการ One Plan มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่ภาคใต้

ข่าวโครงการพระราชดำริ

กรมชลฯ เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบส แห่งใหม่ จ.สมุทรปราการ