18 มีนาคม 2569
กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าสู่ระบบได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน
หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ลงทะเบียนได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน



ปิดหน้าต่าง
ปิดหน้าต่าง
มีอีเมล์นี้ในระบบแล้ว
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
กรุณายืนยันอีเมลของท่าน เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการส่งรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
วันนี้ (18 มีนาคม 2569) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน - ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ (State Visit) และในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว
ในการนี้ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ พร้อมร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จการดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยกรมชลประทานได้นำเสนอ ความสำเร็จด้านแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนงานเกษตรกรรม นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม อาทิ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยซอน ความจุ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร, การขุดสระน้ำในไร่นา 225 แห่ง และการก่อสร้างฝายทดน้ำห้วยซั้ว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมี นายสรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงาน ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้เข้ามาจัดทำแปลงสาธิตบนพื้นที่ 6 ไร่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยน้อมนำหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่:
ส่วนที่ 1 แหล่งน้ำ (30%): ขุดสระเก็บกักน้ำความจุ 9,000 ลบ.ม. พร้อมติดตั้งหอถังสูงและระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อกระจายน้ำใช้ในแปลงตลอดปี และเตรียมรองรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ส่วนที่ 2 นาข้าว (30%): ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์หอมท่าดอกคำ 16 สลับกับการปลูกพืชหลังนาและพืชบำรุงดินตามฤดูกาล
ส่วนที่ 3 ไม้ผลและพืชผสมผสาน (30%): ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นร่วมกับการทำ หลุมพอเพียง (เช่น หลุมส้มตำ หลุมต้มยำ) ปลูกพืชผัก สมุนไพร และเลี้ยงไก่ปล่อยทุ่งเพื่อช่วยกำจัดศัตรูพืชและบำรุงดิน
ส่วนที่ 4 ที่อยู่อาศัยและโรงเรือน (10%): จัดสร้างอาคารอเนกประสงค์ โรงเรือนเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ (เป็ด ไก่ ปลาดุก) และโรงเพาะเห็ด เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่ครบวงจร
แปลงสาธิตแห่งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการทำการเกษตรแบบเกื้อกูลกันระหว่าง แหล่งน้ำ การเพาะปลูก และปศุสัตว์ เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่เกษตรกรชาวลาว นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดจัดโครงการนำเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ห้วยซอน-ห้วยซั้ว ไปศึกษาดูงานและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาบริหารจัดการพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการร่วมจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ด้านการชลประทานและการพัฒนาการเกษตร เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่นล่าสุด
ข่าวโครงการพระราชดำริ
ข่าวโครงการพระราชดำริ
ข่าวโครงการพระราชดำริ
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
กรุณาลองส่งอีกครั้งหรือสักพัก เพื่อทำการส่งใหม่
ทางหน่วยงานขออภัยในความไม่สะดวก
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการยกเลิกรับข่าวสารสำเร็จ
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง