23 มิถุนายน 2569
กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าสู่ระบบได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน
หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ลงทะเบียนได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน



ปิดหน้าต่าง
ปิดหน้าต่าง
มีอีเมล์นี้ในระบบแล้ว
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
กรุณายืนยันอีเมลของท่าน เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการส่งรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) แล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติและมีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วง จึงได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรและประชาชน
ปัจจุบัน (23 มิถุนายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 42,636 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯรวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 34,118 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 12,953 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้ม “เอลนีโญ” ที่จะทวีความรุนแรงขึ้น อาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่า และสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มล่วงหน้าและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งการทบทวนเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ (Rule Curve) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด สำหรับเป็นน้ำต้นทุนรองรับความต้องการใช้น้ำในด้านต่าง ๆ ทั้งการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ได้อย่างเพียงในช่วงฤดูแล้งหน้า
พร้อมกันนี้ ยังให้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากร อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลสนับสนุนต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และพนังกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ ตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569
นอกจากนี้ ยังได้เร่งสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำ รวมถึงแนวโน้มสภาพอากาศให้เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันวางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง และช่วยลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
ที่สำคัญขอให้ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดผลกระทบจากภาวะเอลนีโญและฝนทิ้งช่วง รวมถึงดูแลให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องไปจนถึงฤดูแล้งปี 2570
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่นล่าสุด
ข่าวเด่นชลประทาน
ข่าวเด่นชลประทาน
ข่าวเด่นชลประทาน
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
กรุณาลองส่งอีกครั้งหรือสักพัก เพื่อทำการส่งใหม่
ทางหน่วยงานขออภัยในความไม่สะดวก
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการยกเลิกรับข่าวสารสำเร็จ
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง