กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้3
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้814
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1507
mod_vvisit_counterเดือนนี้12651
mod_vvisit_counterทั้งหมด11441624

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง ประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี
รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง ประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี

 81d181d2

 

วันที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 9.30 น. นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ผส.ชป. 1-17 อาคารอำนวยการ กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้างได้เร่งรัดให้สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 6 เตรียมความพร้อมทั้งในด้านวิศวกรรม และการขอใช้พื้นที่ เพื่อให้โครงการดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเป็น 1 ใน 4 โครงการในลำน้ำย่อยของลุ่มน้ำโตนด ซึ่งประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยในพื้นที่มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาจัดทำแผนหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำและศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี แล้วเสร็จเมื่อปี 2538 ซึ่งผลการศึกษาได้เสนอให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางจำนวน 4 แห่ง ตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด ก่อสร้างแล้วเสร็จ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด

และเมื่อโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการอุปโภค – บริโภคให้กับประชาชนกว่า 80,000 คน บริเวณพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียง ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดจันทบุรี คิดเป็น 4,116 ครัวเรือน รวมถึงเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองสำหรับการท่องเที่ยว เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เฉลี่ย 60 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี