กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้30
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้127
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3287
mod_vvisit_counterเดือนนี้10300
mod_vvisit_counterทั้งหมด11317371

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวเด่นชลประทาน ชป.เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ เฝ้าระวัง 12 จังหวัดเสี่ยงภาคใต้
ชป.เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ เฝ้าระวัง 12 จังหวัดเสี่ยงภาคใต้

 

013 014

012011

 

ชป.เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ เฝ้าระวัง 12 จังหวัดเสี่ยงภาคใต้

 

วันนี้(1 ต.ค. 62) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 20/2562 ซึ่งมีผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทา-สาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมฯ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทาน และเครือข่าย SWOC ทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ พร้อมดำเนินการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 62 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ อาคาร 99 ปีหม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน.

 

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน(1 ต.ค. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 50,874 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,945 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 25,000 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,230 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 5,534 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับปริมาณน้ำตลอดในช่วงฤดูฝนนี้ได้รวมกันอีกกว่า 12,000 ล้าน ลบ.ม.

 

กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับศักยภาพของอ่างเก็บน้ำและสภาพฝนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของประเทศไทย ซึ่งในเดือน ตุลาคม 2562 มีจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือน้ำล้นตลิ่ง 12 จังหวัด 51 อำเภอ 18 แม่น้ำ(จังหวัดชลบุรี, จันทรบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, ระนอง, พังงา, กระบี่, และตรัง) ส่วนในเดือน พฤศจิกายน 2562 มีจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมหรือน้ำล้นตลิ่ง 8 จังหวัด 44 อำเภอ 16 แม่น้ำ (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, ระนอง, นราธิวาส, สงขลา และพัทลุง)

 

นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบหมายให้โครงการชลประทานทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ปรับปรุงเกณฑ์การระบายน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความจุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. ให้เป็นไปตามที่กองอำนวยการน้ำเฉพาะกิจกำหนด พร้อมทั้งตรวจสอบระบบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานเสมอ เตรียมพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ ให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งกำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ นอกจากนี้ ยังร่วมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง//
--------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
1 ตุลาคม 2562