กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้614
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้728
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2265
mod_vvisit_counterเดือนนี้9383
mod_vvisit_counterทั้งหมด11316454

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ
การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ

 

01     02

 

 

 

 

03     04

 

 

 

         วันที่ 20 สิงหาคม 2561 นายชยันต์ เมืองสง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านควบคุมการก่อสร้าง) เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 22/2561 ซึ่งมีผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทา-สาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมฯ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทาน ทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ พร้อมวางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ 


        สำหรับสภาพฝน จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 25 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (20 ส.ค. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 54,403 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 30,480 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 58 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 จำนวน 4,960 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 22,047 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ( เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ) มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,086 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 8,390 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 9,785 ล้าน ลบ.ม.
ส่วนสถานการณ์น้ำในการดูและของการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีเพียง 2 เขื่อนที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 แต่ยังไม่เกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (20 ส.ค. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 15,709 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 85 ของความจุอ่างฯ น้ำไหลเข้าวันละ 85 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 22 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 2,036 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบัน (20 ส.ค. 61) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,984 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 85 ของความจุอ่างฯ น้ำไหลเข้าวันละ 87 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 42 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 2,036 ล้าน ลบ.ม. จากสภาพฝนที่ตกลงมาในพื้นที่น้อยลง คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างจะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้สามารถพร่องน้ำออกจากอ่างฯได้สะดวก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำในอ่างฯดีขึ้น


          สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้มีน้ำไหลลงอ่างฯมากขึ้น ปัจจุบัน (20 ส.ค. 61) มีปริมาณน้ำ 775 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 109 ของความจุอ่างฯ น้ำไหลลงอ่างฯประมาณ 31 ล้าน ลบ.ม. จึงมีการระบายน้ำออกจากอ่างฯช่องทางปกติ และกาลักน้ำ รวมระบายน้ำได้วันละประมาณ 260 ลบ.ม./วินาที หรือวันละ 22.46 ล้าน ลบ.ม. ส่วนบริเวณด้านหน้าเขื่อนเพชร ได้มีการผันน้ำเข้าระบบชลประทาน และคลองระบายน้ำ D9 รวมกันประมาณ 97 ลบ.ม./วินาที ไหลผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราประมาณ 142 ลบ.ม./วินาที จากการติดตามระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ B.3A ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ยังคงสูงกว่าตลิ่ง 0.17 เมตร ส่วนที่สถานี B.15 เทศบาลเพชรบุรี อ.เมือง ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.29 เมตร ทั้งสองสถานีระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามปริมาณฝนที่ตกเพิ่มในพื้นที่
กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานอย่างใกล้ชิด พร้อมกับปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมา โดยให้ส่งกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนน้อยที่สุด ซึ่งได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว สำหรับเครื่องสูบน้ำจำนวน 38 เครื่อง(สำรอง 8 เครื่อง) เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 31 เครื่อง(สำรอง 5 เครื่อง) ติดตั้งแล้วบริเวณอ.บ้านแหลม และอ.เมือง เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ และหน่วยทหารพัฒนา ยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ พร้อมเดินเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบหรือน้อยที่สุดต่อพื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อน และจากการคาดการณ์สภาพฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้ จะมีปริมาณฝนลดลง จึงทำให้สามารถทยอยพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำได้สะดวกขึ้น เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สามารถรองรับปริมาณฝนที่อาจตกเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ส่วนสภาพน้ำท่าในลุ่มน้ำสายหลักต่างๆส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย มีบางลุ่มน้ำที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล ได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ กำลังคน ให้พร้อมรับสภาพฝนที่อาจจะเกิดขึ้น ให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด