กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้850
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้960
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1810
mod_vvisit_counterเดือนนี้12645
mod_vvisit_counterทั้งหมด11183437

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวเด่นชลประทาน การแถลงข่าวสรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ภายใต้การทำงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ
การแถลงข่าวสรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ภายใต้การทำงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ

38655918 2378482755558084 1514266865679990784 n     38505794 2378482768891416 1419405804208914432 n

 

 

 

 

38600876 2378482802224746 1384129244942041088 n     38518833 2378482892224737 7842472847837495296 n

 

 

 

 

38496370 2378482812224745 3513324058907246592 n     38662880 2378482905558069 4000662319968288768 n

 

 

         วันที่ 6 สิงหาคม 2561 เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมแถลงข่าวสรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ภายใต้การทำงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการชี้แจงการดำเนินงานต่างๆด้วย ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ


         สำหรับสถานการณ์ฝนช่วงวันที่ 6-9 สิงหาคม 2561 ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 10-11 สิงหาคม 2561 ประเทศไทยจะมีฝนตกลดลง โดยลุ่มน้ำเพชรบุรี ยังคงมีปริมาณน้ำหลากไหลอย่างต่อเนื่องลงเขื่อนแก่งกระจาน โดยมีแนวโน้มว่าจะเกิดน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้นลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำสายหลัก มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่มีน้ำล้นตลิ่ง ยกเว้น ในลำน้ำยังบริเวณจังหวัดยโสธรส่วนแม่น้ำโขง ยังมีระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณ นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี มีแนวโน้มลดลง


         ในการนี้ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ อ่างฯขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 9 แห่ง โดยเฉพาะอ่างฯที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดทำแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ภายใน 5 วัน พร้อมทั้งจัดทำมาตรการเตรียมความพร้อมลดความเสี่ยงอุทกภัย กรณีการระบายน้ำฉุกเฉินของอ่างเก็บน้ำและกรณีเขื่อนวิบัติ สำรวจความแข็งแรงของเขื่อน และสร้างการรับรู้ภาคประชาชนต่อเนื่อง โดยให้สำนักงานชลประทาน 1-17 เตรียมความพร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ให้พร้อมสำหรับการรับมือตลอดเวลา
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ณ เช้าวันที่ 6 สิงหาคม 2561 มีจำนวน 3 แห่ง ดังนี้ 
1. เขื่อนแก่งกระจาน สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 708.18 ล้าน ลบ.ม. เหลืออีก 4 ซม. ล้นธรณีทางระบายน้ำล้น และคาดการณ์ว่าจะผ่าน Spillway ประมาณ 10.00 น. วันนี้ ปริมาณน้ำไหลเข้า 17.04 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 10.41 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ยังคงปกติ และยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำที่ระบายได้ บริหารจัดการน้ำโดยเร่งพร่องระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีและในระบบชลประทาน รวมถึงการพร่องน้ำจากอ่างเก็บน้ำโดยกาลักน้ำ/เครื่องสูบน้ำ ส่งผลให้สามารถเลื่อนระยะเวลาน้ำล้นทางระบายน้ำล้น (Spillway) ออกไปอีก ส่วนการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ การแจ้งเตือนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เรื่องสถานการณ์แม่น้ำเพชรบุรี กรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรีเตรียมรับสถานการณ์ และเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

2. เขื่อนน้ำอูน สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำ 532 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 102 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 8.29 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 3.98 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง และจะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ยังคงปกติ คาดว่าจะไม่มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีน้ำล้นตลิ่ง บริหารจัดการน้ำโดยการควบคุมการระบายน้ำออกจากเขื่อน 3.50 ล้าน ลบ.ม. และเพิ่มการระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำและเครื่องสูบน้ำอีก 0.3 ล้าน ลบ.ม. ส่วนการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งและให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม ไหลผ่าน

และ 3. เขื่อนวชิราลงกรณ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 7,477 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 17.78 ล้าน ลบ.ม. (00.00-05.00น.) มีปริมาณน้ำไหลออก 7.03 ล้าน ลบ.ม. (00.00-05.00น.) ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างมีแนวโน้มลดลง สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ยังคงปกติ ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย บริหารจัดการน้ำโดยการทยอยเพิ่มการระบายน้ำให้เป็น 43 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ส่วนการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่ ริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี 


          ทั้งนี้ ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต จัดตั้งโดย สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานและอีก 9 หน่วยงานร่วมปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. ณ อาคาร SWOC กรมชลประทาน สามเสน ตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2561 
โดยศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต ได้ออกประกาศแจ้งเตือนฉบับที่ 1 (5 ส.ค.61) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และแจ้งเตือนประชาชน จากระดับน้ำแม่น้ำเพชรบุรีมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากจะมีน้ำล้นทางระบายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจานไหลลงแม่น้ำเพชรบุรี ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น