กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้6
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้109
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้115
mod_vvisit_counterเดือนนี้7233
mod_vvisit_counterทั้งหมด11314304

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน กรมชลฯจับมือ มข.นำร่องดึงประชาชนร่วมศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างครบวงจร
กรมชลฯจับมือ มข.นำร่องดึงประชาชนร่วมศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างครบวงจร
36453645













36453645













36453645













36453645


















กรมชลประทานจับมือมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำร่องศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างครบวงจร ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน มั่นใจเป็นทางออกตอบโจทย์แก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ในพื้นที่ได้ดีที่สุด พร้อมมั่นใจจะสามารถเปิดใช้งานประตูระบายน้ำห้วยหลวงที่สร้างเสร็จมา แล้วกว่า 12 ปี ได้เต็มศักยภาพ เตรียมขยายผลไปดำเนินในพื้นที่อื่นๆ
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชล ประทานร่วมกับ สถาบันแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ดำเนินการสำรวจจัดทำรายงานความเหมาะสมโครงการศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วย หลวงตอนล่าง ตั้งแต่ท้ายประตูระบายน้ำสามพร้าว ไปจนถึงปากน้ำลำห้วยหลวง ครอบคลุมพื้นที่ 2,160 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.) ในเขต 6 อำเภอ ของจ.อุดรธานี คือ อ.เมือง อ.หนองหาน อ.พิบูลย์รักษ์ อ.เพ็ญ อ.บ้านดุง อ.สร้างคอม และ 1 อำเภอของ จ.หนองคาย คือ อ.โพนพิสัย
ทั้งนี้ในการศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวง ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขงดังกล่าว ได้เริ่มศึกษามาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2557 มีระยะเวลาดำเนินการ 360วัน เป็นการศึกษาข้อมูลให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการควบคุมบริหารจัดการของประตูระบายน้ำห้วยหลวงเพื่อให้สามารถเก็บ กักน้ำเมื่อสิ้นฤดูฝนโดยมิให้เกิดผลกระทบในยามฤดูน้ำหลาก จากการศึกษาดังกล่าวทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนสามารถนำไปใช้ในการจัดทำแผน บริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างได้อย่างเต็ม ศักยภาพ โดยเน้นหลักการที่ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการศึกษาทุกขั้นตอน
สำหรับประตูระบายน้ำห้วยหลวงนั้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโขง-ชี-มูล ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และก่อสร้างระหว่างปี 2539-2545 โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ต่อมาในปี 2546 ได้ถ่ายโอนภารกิจมาให้กรมชลประทาน แต่ก็ยังเปิดใช้งานได้ไม่เต็มตามศักยภาพตามที่ได้ออกแบบไว้ เนื่องจากยังคงมีปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาการจัดซื้อที่ดิน ปัญหาขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมในกรณีต่างๆยังไม่ชัดเจน เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และแก้ไขปัญหาสำคัญอื่นๆที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วม ขาดแคลนน้ำ น้ำเน่าเสีย และการกระจายตัวของน้ำเค็ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่เป็นการลงทุนแบบสูญเปล่าและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดย เฉพาะประชาชนในพื้นที่ กรมชลประทานจึงได้ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอน ล่างให้ครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำ ซึ่งได้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาแบ่งเป็น 6 กลุ่มโครงการด้วยกัน คือ โครงการสถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง โครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ-พัฒนาแก้มลิงพร้อมระบบชลประทานประตูระบายน้ำดงสระ พัง โครงการประตูระบายน้ำหนองสองห้อง สถานีสูบน้ำถ่อนนาเพลินพร้อมระบบชลประทาน โครงการสูบน้ำพื้นที่ชลประทานห้วยหลวง-คลองดัก โครงการสถานีสูบน้ำบ้านนาคำพร้อมระบบชลประทาน และโครงการประตูระบายน้ำดอนกลอย-สถานีหนองบัว
อย่างไรก็ตามจากการลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการ จากประชาชนระดับแกนนำลุ่มน้ำหลัก ระดับลุ่มน้ำสาขา และหน่วยงานต่างๆ เห็นว่า มี 2 โครงการที่จะต้องการศึกษาความเหมาะสมโครงการเบื้องต้นต่อไปในระยะแรก ได้แก่ โครงการสถานีสูบน้ำบ้านแดนเมืองและโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ-พัฒนาแก้มลิง พร้อมระบบชลประทานประตูระบายน้ำดงสระพัง แต่ถ้าหากสามารถดำเนินการตามแผนได้ทุกโครงการแล้ว จะสามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ประมาณ 13,900 ไร่ ช่วยลดระยะเวลาน้ำท่วมขังได้ประมาณ 45 วัน สามารถเปิดพื้นที่ชลประทานในฤดูฝนได้ประมาณ 250,000 ไร่ และในฤดูแล้งได้ประมาณ 102,000 ไร่
โครงการศึกษาแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างดังกล่าว เป็นการศึกษาโดยดูปัญหาเป็นที่ตั้ง ว่าเกิดจากอะไร ปัญหาที่อยู่ตรงไหน มีขอบเขตของปัญหาอย่างไร และประชาชนได้รับผลกระทบอะไรบ้าง อะไรที่แก้ได้ อะไรที่แก้ไม่ได้ เพื่อจะนำไปสู่การทำแผนที่ถูกต้องแม่นยำ โดยไม่ได้ตั้งธงไว้ผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งจะทำให้ได้ข้อสรุปที่เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกฝ่ายยอมรับ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นๆก็จะสามารถขับเคลื่อนได้ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าว
ดร.สมเกียรติ กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการศึกษาพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างดังกล่าวก็เช่นเดียวกัน เป็นการศึกษาครอบครัวปัญหาเรื่องน้ำในทุกๆเรื่อง และถือเป็นโครงการนำร่องที่จะขยายผลไปดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเป็นประจำอยู่ทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำ สำหรับใช้เพื่อการเกษตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศไม่เหมาะที่จะสร้างแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่เก็บน้ำ ไว้ใช้ในฤดูแล้ง ทั้งที่ปริมาณฝนที่ตกในแต่ละปีไม่ได้น้อยไปกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศ ดังนั้นการสร้างประตูระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในลำนำถือเป็นแนวทางที่สอด คล้องกับแผนยุทธศาสตร์เพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำของรัฐบาล อย่างเช่น ประตูระบายน้ำน้ำก่ำ จ.นครพนม รวมทั้งต้องปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น ประตูระบายน้ำห้วยหลวง จ.หนองคาย จะช่วยการแก้ไขปัญหาน้ำได้เพราะสามารถกักเก็บน้ำไว้ในลำน้ำได้ถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งด้านอุปโภคบริโภค ด้านการเกษตรครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำ เพียงแต่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบต่างๆที่ ประชาชนในการยอมรับ ซึ่งจะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแน่นอน