กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้737
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้100
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้737
mod_vvisit_counterเดือนนี้11107
mod_vvisit_counterทั้งหมด11318178

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดอ่างฯแม่เสริมราษฎรปลื้มปีติ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้ยั่งยืน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดอ่างฯแม่เสริมราษฎรปลื้มปีติ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้ยั่งยืน
36273627













36273627













36273627













36273627













36273627



















เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เสริม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ณ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง   โดยมี นายเลิศวิโรจน์  โกวัฒนะ  อธิบดีกรมชลประทาน  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เฝ้ารับเสด็จ

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำแม่เสริม  เกิดขึ้นจากราษฎรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร และอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง  รวมทั้งยังประสบอุทกภัยในฤดูฝน เป็นประจำเกือบทุกปี   นายกองค์การบริหารส่วนตําบลเสริมกลาง  จึงได้ถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เสริม โดยสำนักราชเลขาธิการได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ(กปร.) ได้มีหนังสือลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ถึงอธิบดีกรมชลประทานขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการให้ความช่วยเหลือราษฎรดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการดําเนินงาน

"หลังจากกรมชลประทานได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว ได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 2 จังหวัดลำปางร่วมกับท้องถิ่น ดำเนินการสำรวจพิจารณาความเหมาะสมด้านภูมิประเทศ สังคม และวิศวกรรม รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม  เห็นว่ามีความเหมาะสมในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่เสริม ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่มักเกิดขึ้นเป็นประจําทุกปีได้อย่างมีประสิทธิภาพเห็นผลเป็นรูปธรรม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เสริมไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการที่ รล.0008.4/14351 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2555” นายเลิศวิโรจน์กล่าว

สำหรับลำน้ำแม่เสริม มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 8.3 ตารางกิโลเมตร เป็นสาขาของลำน้ำแม่ต๋ำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง  เป็นลํานํ้าที่มีความยาวไม่มากนัก มีปริมาณน้ท่าเฉลี่ยทั้งปีเท่ากับ 2.04 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ..) โดยเป็นปริมาณน้ำในฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ประมาณ 1.85 ล้าน ลบ.. และปริมาณนํ้าในฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-เมษายน) ประมาณ 190,000 ลบ..

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่เสริมแล้วเสร็จในปี 2557 ด้วยงบประมาณ 33.79 ล้านบาท เป็นอ่างฯขนาดเล็ก  ตั้งอยู่ที่ บ้านโป่งน้ำร้อน หมู่ที่ 1 ตําบลเสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ทํานบดิน กว้าง 8.00 เมตร ยาว 144.00 เมตร มีความสูงประมาณ 26.00 เมตร  มีความจุอ่างฯที่ระดับสูงสุด 816,450 ลบ.. และที่ระดับเก็บกัก 731,450 ลบ.. โดยมีปริมาณน้ใช้การ 689,050 ลบ.. สามารถส่งน้ำผ่านระบบท่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝนได้ประมาณ 700 ไร่ และในฤดูแล้งได้ประมาณ 400 ไร่  โดยใช้ระบบเหมืองฝายที่มีอยู่เดิมในการจัดสรรน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ซึ่งมีจํานวน 22 แห่ง เป็นฝายคอนกรีตจำนวน 3 แห่ง  และฝายไม้ตอก จํานวน 19 แห่ง

ส่วนการบริหารจัดการน้ำจากอ่างฯแม่เสริมนั้น ราษฎรในพื้นที่มีการรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำได้ที่ค่อนข้าง เข้มแข็ง มีการตั้งกฎกติกาเชื่อมโยงกับความเชื่อและวัฒนธรรมเพื่อนํามาใช้ในการบริหารน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

หลังจากอ่างฯแม่เสริมแล้วเสร็จทำให้ราษฎรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ในฤดูฝนเคยปลูกข้าว 300 ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 320 กก. ส่วนฤดูแล้งเคยปลูกถั่วลิสงได้ 60 ไร่ ผลผลิตไร่ละ 367 กก. แต่หลังจากมีอ่างฯแล้ว  ฤดูฝนปลูกข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 700 ไร่ และผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 400 กก. ส่วนฤดูแล้งปลูกถั่วลิสงเพิ่มขึ้นเป็น 100 ไร่ และยังปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้อีกประมาณ 10 ไร่ นอกจากนี้ยังทำให้ราษฎรในพื้นที่โครงการอ่างฯแม่เสริม และบริเวณใกล้เคียงมีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียง  รวมทั้งยังใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้จืด  ทำให้มีรายได้ต่อครัวเรือนสูงขึ้น มีข้าวพอกินทั้งปี และยังเหลือจําหน่ายได้บางส่วน  ไม่ต้องออกไปรับจ้างต่างหมู่บ้าน ต่างอําเภอเหมือนเมื่อก่อน สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนได้อย่างยั่งยืน" อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย